การไปท่องเที่ยวค้างคืนต่างจังหวัด เป็นกิจกรรมอีกประเภทหนึ่ง ที่นักเรียนและอาจารย์ได้มีส่วนร่วมเป็นประจำทุกปี
.
ปีนี้ เป็นปีที่สามแล้ว ที่เราได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ (และคิดว่าจะเข้าร่วมทุกปี จนกว่าจะจบ หรือเค้าจะไล่ออก) ในปีนี้ พวกเราทั้งหมด 20 กว่าชีวิต กับรถยนต์อีกประมาณ 6 คัน ได้เดินทางออกจากโอซาก้า เมื่อตอนสายๆ ของวันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม มุ่งหน้าสู่ จังหวัดกิฟุ (Gifu) ซึ่งอยู่ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของโอซาก้า
.
.
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เราและเพื่อนๆ คนไทย (คิดเสียว่า ซานโดซัง กับ ยูกิจัง เป็นคนไทยนะจ๊ะ) ได้ไปตะลุยจังหวัดกิฟุกันมาแล้ว แต่ครั้งนั้นพวกเราไปกันตอนหน้าหนาว ครั้งนี้ได้ไปหน้าร้อน จึงได้บรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
.
.
หน้าหนาว หิมะหนา ภูเขามีแต่ต้นไม้ไร้ใบ สีน้ำตาลทุกอย่างขาวโพลน ตัดกับน้ำสีเขียวมรกต ในเขื่อนข้างทาง..
<-- Shirakawago (World Heritage)
.
.
สาว(เหลือ)น้อยสองคนที่ควรอนุรักษ์ไว้
V
V

..
<-- โรงนากับทุ่งนาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
.
.
.
หน้าร้อน ดอกไม้หลากสี ต้นข้าวเขียวขจี ภูเขาเขียวทะมึน ช่างดูกลมกลืนไปกับน้ำในเขื่อนที่เป็นสีเขียวเข้มเสียเหลือเกิน
<-- Shirakawagoมุมเดียวกับสองปีก่อน
.
สาว(เหลือ)น้อย กับ สาวน้อยจริงๆ -->
.
.

^
^
โรงนาแห่งเดิม แต่มีดอกไม้และทุ่งข้าว
.
จากโอซาก้าไปกิฟุ ใช้เวลาไม่นานนัก เราออกจากที่นี่ราวๆ เก้าโมงครึ่ง ไปถึงกิฟุ ก็เที่ยงๆ บ่ายๆ .. ได้เวลากินข้าวกลางวันพอดี มื้อนี้ พวกเราเลือกกิน "ราเมง" ที่นี่นอกจากราเมงแล้ว ก็มีโฮบะมิโซ (Hoba Miso) เป็นมิโซเฉพาะที่เสริฟมาบนใบโฮบะ ตั้งบนไฟ... เวลากินจะได้รับทั้งรสและกลิ่นหอม อร่อยทุกสัมผัส.. (ยิ่งมีเนื้อย่างด้วยแล้ว.. อู้ยยย น้ำลายไหล)
<-- อาหารเช้า ในเรียวกังที่ไปพัก
.
.
.
เว้นวรรคเรื่องอาหารไปก่อนดีกว่า.. กลับไปเรื่องสถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ต่อ..นอกจาก Shirakawago หมู่บ้านโบราณแล้ว.. สถานที่อีกแห่งที่ขึ้นชื่อ ก็คือ Hida-Takayama จุดที่สำคัญก็คือ บ้านเรือน ร้านค้า ที่ตั้งอยู่ทั้งสองข้างทาง ยังคงเป็นรูปแบบในสมัยเอโดะ (ครั้งแรกที่มา มาดึกไปหน่อย ร้านปิดไปหมดแล้ว)
ปิดหมดแล้ว มืดๆ ด้วย -->
.
<-- สัญลักษณ์ประจำเมือง ตุ๊กตาลิงไร้หน้า..
*edit : เพิ่มเติมให้ค่ะ เห็นน้อง Sydney ถามมา ..ตุ๊กตาตัวนี้ มีชื่อว่า Sarubobo (bobo แปลว่า baby ค่ะ) เป็นเครื่องรางค่ะ ที่เรียกอย่างนั้น เพราะเค้าว่าลักษณะหน้ามันเหมือนลูกลิง.. เหมือนไหม?? ..(จะบอกว่า เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ก็คงไม่ถูก น่าจะเรียกว่า ของที่ระลึกของเมืองนี้มากกว่าค่ะ.. คล้ายๆ OTOP ล่ะมั๊ง อิอิ)
.
ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง -->
.
.
สถานที่อีกแห่ง ที่มีโอกาสได้ไปเยือนครั้งนี้ครั้งแรก คือ Gujo-Hachiman ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่นี่มีปราสาทและตัวเมืองที่สวยงามมาก แต่พวกเราไม่ได้สนใจกันเล้ยยย.. มุ่งหน้าตรงไป จุดกระโดดน้ำ (จากสะพานลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ..ความสูง 12 เมตร) และแน่นอนว่า เราไม่กล้ากระโดดหรอก..ไม่ต้องถาม
<-- น้องจิกะกับการกระโดดหนแรก
.
.
ยังค่ะ.. ยังไม่หมดเพียงเท่านี้.. ไหนๆ มาแล้ว พวกเราก็ได้ไปขึ้นรถกระเช้า (Shinhodaka Ropeway) เพื่อไปอองเซนเลื่องชื่อ Okuhida Spa Resort และขึ้นไปชมทิวทัศน์ที่สวยงาม เทือกเขาสูงตระหง่านของเทือกเขา Hirayu, Fukuchi, Shin Hirayu, Tochio,และ Shinhodaka แหมมม ความรู้สึกก็ประหนึ่งอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์ก็ไม่ปาน..(ไม่เคยไปหรอก..คิดเอาเองอ่ะ)
ขึ้นมาเกือบสามพันเมตรสูงจากน้ำทะเล -->
.
ตรงสถานีระหว่างทาง มีอองเซนด้วยนะคะ นั่นแน่.. คิดล่ะสิ ว่าสาวไทยอย่างพวกเรา ไม่กล้าลงอองเซน.. คิดผิดค่ะคู๊ณ.. มีรูปมายืนยันค่ะ
<-- นี่เลย อองเซนสำหรับเท้า
เท้าของใคร เดาเอาเองนะจ๊ะ..
.
.
ที่พักสำหรับทริปนี้ เป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
(อย่าไปนึกถึงสภาพโรงน้ำปลา ที่พักเมื่อปีที่แล้วเลย..สวรรค์กับนรกดีๆ นี่เอง)
<--ที่พักแสนสบาย พร้อมฟุตงอันอบอุ่น
ตื่นมา ก็เจอทุ่งข้าว ด้านหน้า -->
<-- หลังบ้าน เป็นภูเขาใหญ่
เดินตัดทุ่งข้าวหน้าบ้านไป เป็นลำธาร -->
.
.
.
ประทับใจทริปนี้มากๆ..
ต้องขอบคุณน้อง ป.โท ปีนี้ ที่จัดทริปได้สนุกและสะดวกสบาย
ถึงแม้ จะมีเหตุการณ์วุ่นวาย ขำ ๆ ตอนปาร์ตี้นิดหน่อย แต่ก็สนุกจริง ๆนะ

.
.
พบกันใหม่ ทริปหน้าค่ะ

