2005/Sep/16

การไปท่องเที่ยวค้างคืนต่างจังหวัด เป็นกิจกรรมอีกประเภทหนึ่ง ที่นักเรียนและอาจารย์ได้มีส่วนร่วมเป็นประจำทุกปี
.

ปีนี้ เป็นปีที่สามแล้ว ที่เราได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ (และคิดว่าจะเข้าร่วมทุกปี จนกว่าจะจบ หรือเค้าจะไล่ออก) ในปีนี้ พวกเราทั้งหมด 20 กว่าชีวิต กับรถยนต์อีกประมาณ 6 คัน ได้เดินทางออกจากโอซาก้า เมื่อตอนสายๆ ของวันจันทร์ ที่ 29 สิงหาคม มุ่งหน้าสู่ จังหวัดกิฟุ (Gifu) ซึ่งอยู่ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของโอซาก้า

.

.

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เราและเพื่อนๆ คนไทย (คิดเสียว่า ซานโดซัง กับ ยูกิจัง เป็นคนไทยนะจ๊ะ) ได้ไปตะลุยจังหวัดกิฟุกันมาแล้ว แต่ครั้งนั้นพวกเราไปกันตอนหน้าหนาว ครั้งนี้ได้ไปหน้าร้อน จึงได้บรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

.

.



หน้าหนาว หิมะหนา ภูเขามีแต่ต้นไม้ไร้ใบ สีน้ำตาลทุกอย่างขาวโพลน ตัดกับน้ำสีเขียวมรกต ในเขื่อนข้างทาง..

<-- Shirakawago (World Heritage)

.

.
สาว(เหลือ)น้อยสองคนที่ควรอนุรักษ์ไว้
V
V


..

<-- โรงนากับทุ่งนาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

.

.

.

หน้าร้อน ดอกไม้หลากสี ต้นข้าวเขียวขจี ภูเขาเขียวทะมึน ช่างดูกลมกลืนไปกับน้ำในเขื่อนที่เป็นสีเขียวเข้มเสียเหลือเกิน

<-- Shirakawagoมุมเดียวกับสองปีก่อน

.

สาว(เหลือ)น้อย กับ สาวน้อยจริงๆ -->.

.

^
^
โรงนาแห่งเดิม แต่มีดอกไม้และทุ่งข้าว


.



จากโอซาก้าไปกิฟุ ใช้เวลาไม่นานนัก เราออกจากที่นี่ราวๆ เก้าโมงครึ่ง ไปถึงกิฟุ ก็เที่ยงๆ บ่ายๆ .. ได้เวลากินข้าวกลางวันพอดี มื้อนี้ พวกเราเลือกกิน "ราเมง" ที่นี่นอกจากราเมงแล้ว ก็มีโฮบะมิโซ (Hoba Miso) เป็นมิโซเฉพาะที่เสริฟมาบนใบโฮบะ ตั้งบนไฟ... เวลากินจะได้รับทั้งรสและกลิ่นหอม อร่อยทุกสัมผัส.. (ยิ่งมีเนื้อย่างด้วยแล้ว.. อู้ยยย น้ำลายไหล)

<-- อาหารเช้า ในเรียวกังที่ไปพัก

.

.

.

เว้นวรรคเรื่องอาหารไปก่อนดีกว่า.. กลับไปเรื่องสถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ต่อ..นอกจาก Shirakawago หมู่บ้านโบราณแล้ว.. สถานที่อีกแห่งที่ขึ้นชื่อ ก็คือ Hida-Takayama จุดที่สำคัญก็คือ บ้านเรือน ร้านค้า ที่ตั้งอยู่ทั้งสองข้างทาง ยังคงเป็นรูปแบบในสมัยเอโดะ (ครั้งแรกที่มา มาดึกไปหน่อย ร้านปิดไปหมดแล้ว)

ปิดหมดแล้ว มืดๆ ด้วย -->.



<-- สัญลักษณ์ประจำเมือง ตุ๊กตาลิงไร้หน้า..
*edit : เพิ่มเติมให้ค่ะ เห็นน้อง Sydney ถามมา ..ตุ๊กตาตัวนี้ มีชื่อว่า Sarubobo (bobo แปลว่า baby ค่ะ) เป็นเครื่องรางค่ะ ที่เรียกอย่างนั้น เพราะเค้าว่าลักษณะหน้ามันเหมือนลูกลิง.. เหมือนไหม?? ..(จะบอกว่า เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ก็คงไม่ถูก น่าจะเรียกว่า ของที่ระลึกของเมืองนี้มากกว่าค่ะ.. คล้ายๆ OTOP ล่ะมั๊ง อิอิ)

.

ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง -->


.

.


สถานที่อีกแห่ง ที่มีโอกาสได้ไปเยือนครั้งนี้ครั้งแรก คือ Gujo-Hachiman ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่นี่มีปราสาทและตัวเมืองที่สวยงามมาก แต่พวกเราไม่ได้สนใจกันเล้ยยย.. มุ่งหน้าตรงไป จุดกระโดดน้ำ (จากสะพานลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ..ความสูง 12 เมตร) และแน่นอนว่า เราไม่กล้ากระโดดหรอก..ไม่ต้องถาม

<-- น้องจิกะกับการกระโดดหนแรก

.

.


ยังค่ะ.. ยังไม่หมดเพียงเท่านี้.. ไหนๆ มาแล้ว พวกเราก็ได้ไปขึ้นรถกระเช้า (Shinhodaka Ropeway) เพื่อไปอองเซนเลื่องชื่อ Okuhida Spa Resort และขึ้นไปชมทิวทัศน์ที่สวยงาม เทือกเขาสูงตระหง่านของเทือกเขา Hirayu, Fukuchi, Shin Hirayu, Tochio,และ Shinhodaka แหมมม ความรู้สึกก็ประหนึ่งอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์ก็ไม่ปาน..(ไม่เคยไปหรอก..คิดเอาเองอ่ะ)

ขึ้นมาเกือบสามพันเมตรสูงจากน้ำทะเล -->

.

ตรงสถานีระหว่างทาง มีอองเซนด้วยนะคะ นั่นแน่.. คิดล่ะสิ ว่าสาวไทยอย่างพวกเรา ไม่กล้าลงอองเซน.. คิดผิดค่ะคู๊ณ.. มีรูปมายืนยันค่ะ

<-- นี่เลย อองเซนสำหรับเท้า

เท้าของใคร เดาเอาเองนะจ๊ะ..

.

.



ที่พัก
สำหรับทริปนี้ เป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
(อย่าไปนึกถึงสภาพโรงน้ำปลา ที่พักเมื่อปีที่แล้วเลย..สวรรค์กับนรกดีๆ นี่เอง)

<--ที่พักแสนสบาย พร้อมฟุตงอันอบอุ่น

ตื่นมา ก็เจอทุ่งข้าว ด้านหน้า -->

<-- หลังบ้าน เป็นภูเขาใหญ่

เดินตัดทุ่งข้าวหน้าบ้านไป เป็นลำธาร -->.

.

.


ประทับใจทริปนี้มากๆ..
ต้องขอบคุณน้อง ป.โท ปีนี้ ที่จัดทริปได้สนุกและสะดวกสบาย
ถึงแม้ จะมีเหตุการณ์วุ่นวาย ขำ ๆ ตอนปาร์ตี้นิดหน่อย แต่ก็สนุกจริง ๆนะ

.

.

พบกันใหม่ ทริปหน้าค่ะ




2005/Sep/15

วันก่อน ได้อ่านกระทู้ในพันทิบ เจ้าของกระทู้มาบ่นๆ เรื่องตัวเองรู้สึก ตื้อๆ
ไม่ใช่อาการอิ่มตื้อ แต่เป็นรู้สึกสมองตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก
แถมเจ้าของกระทู้ยัง บอกอีกนะ.. ตอนนี้ ผมอายุ 30 ปีแล้วคร้าบบบบ...

สายตาผ่านไปอ่านปุ๊บ .. ใจก็เสมือนโดนเข็มทิ่มแทง จึก จึ้ก จึ่ง จึ๊ง
ถึงแม้ว่า เราจะยังไม่สามสิบ แต่ก็เกือบๆ แล้วล่ะ..
เกินเลขห้าปัดขึ้นใช่ไหม T___T

หลาย ๆ คน มีอาการสมองตื้อ ไม่แจ่มใส อย่างเจ้าของกระทู้
บ้างก็แนะนำให้กินวิตามินเสริม
บ้างก็แนะนำให้ออกกำลังกาย
บางคนก็บอกให้สูดอากาศบริสุทธิ์
และอีกหลาย ๆ คำแนะนำ

ตอนนี้ เราก็เลยมาสำรวจตัวเองบ้าง
ความรู้สึกสมองตื้อ คิดอะไรไม่ค่อยออก นี่เราก็เป็นมานานหลายปีแล้วนะ
ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็ลดลงแบบฮวบฮ่าบ
สมาธิที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ไม่ค่อยมีเสียแล้ว

ตอนนี้ยังคิดสาเหตุ ไม่ออก
ก็เลยต้องกล่าวโทษ "อายุที่มากขึ้น" เอาไว้ก่อน

.

.

.

ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้น เราคิดว่า คงจะซับซ้อนทีเดียว
มีปัจจัยหลายปัจจัย ที่มีน่าจะมีผลต่อความรู้สึกนั้น
ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม สภาวะอากาศ พันธุกรรม...ฯลฯ

ยังไง ก็ลองสังเกตตัวเองกันดูบ้างนะจ๊ะ..

ปล.
ช่วงนี้ อากาศที่นี่ เริ่มเย็นลงบ้างแล้ว
ไม่ร้อนตับละลาย เหมือนช่วงเดือนที่ผ่าน ๆ มา...
เป็นสัญญาณว่า ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มใกล้เข้ามาแล้ว...
ได้เวลาเราออกหากิน.. เอ้ยย.. ออกตระเวนท่องเที่ยว ถ่ายรูปอีกแล้วจ้ะ


edit @ 2005/09/15 21:25:10

2005/Sep/13

ผลสืบเนื่องมาจากการอดทนรอ
และการประคบประหงมผ่านมาสองหนาว
รวมถึงการต้องหลบหลีกไต้ฝุ่นหลาย ๆ ลูก


ปีนี้ จึงได้ผลผลิตมากกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย



เมื่อวาน เก็บเม็ดแดง ๆ มาได้สองเม็ด
ยังเหลือ เม็ดเขียวๆ อีกสองเม็ด ..
รอให้แก้มแดงก่อน ค่อยเด็ดมาเชยชม